ประวัติเนชั่นบรอดแคสติ้งคอร์ปอเรชั่น

เนชั่น บรอดแคสติ้งฯ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2536 ภายใต้ชื่อ บริษัท แน็ทค่อน มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสายธุรกิจสื่อกระจายภาพและเสียงของ เนชั่น กรุ๊ป โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ในเชิงข่าวสารและ สาระความรู้ เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์แบบไม่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ชม (“ฟรีทีวี” หรือ “Free TV”) และโทรทัศน์ประเภทบอกรับสมาชิก (“เคเบิลทีวี”) ช่องต่างๆ รวมทั้งประกอบธุรกิจร่วมผลิตรายการวิทยุและข่าวต้นชั่วโมง ออกอากาศทางสถานีวิทยุคลื่นต่างๆ โดยดำเนินการผ่าน บริษัท เนชั่น เรดิโอ เน็ทเวิร์ค จำกัด

ปี 2564

         บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด (“NNV”) บริษัทย่อยของบริษัทฯ ร่วมทุนกับบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“NMG”) จัดตั้งบริษัท เนชั่น คอฟฟี่ จำกัด หรือ (“NCOF”) ในจำนวนทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวนหุ้น 100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 100 บาท/หุ้น NMG ลงทุนจำนวน 40,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท เป็นจำนวนเงินลงทุน 4 ล้านบาท NNV ลงทุนจำนวน 60,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท เป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท ซึ่งบริษัท เนชั่น คอฟฟี่ จำกัด ที่จัดตั้งใหม่มีสถานะเป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของบริษัทฯ โดยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เนชั่น คอฟฟี่ จำกัด แล้วเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564

ปี 2563

        มกราคม  2563  :  บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด (“NNV”) บริษัทย่อยของบริษัทฯ เข้าลงทุนในบริษัท แฮปปี้ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (“HAPPY”) ซึ่งประกอบธุรกิจ การขายสินค้าและบริการผ่านทางโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ (TV Home Shopping) ในสัดส่วนร้อยละ 50 เป็นเงิน 15 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายธุรกิจที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง

       กุมภาพันธ์ 2563 : บริษัทฯ รับชำระหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จัดสรรให้สิทธิเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 2 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุนใหม่ รวมจำนวน 267,718,405 หุ้น ราคาเสนอขายหุ้นละ 53 บาท เป็นเงินรวม 141.89  ล้านบาท ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเพิ่มทุนและชำระแล้วจำนวน 803.15 ล้านบาท (จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วในวันที่ 4 มีนาคม 2563)  ซึ่งการเพิ่มทุนดังกล่าวเพื่อรองรับแผนการดำเนินธุรกิจ การปรับปรุงอุปกรณ์และขยายสตูดิโอเพื่อเพิ่มศักยภาพของช่อง รวมทั้งต่อยอดและขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

       ธันวาคม 2563 : บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด (“NNV”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท อะราวด์เดอะเวิลด์ จำกัด (“Around the World”) ที่ถือทั้งหมดร้อยละ 49 ให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม เป็นเงิน 2.45 ล้านบาท (ราคาเท่าที่ได้มา)  ทำให้ Around the World สิ้นสุดความเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มบริษัทตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2563

       บริษัทฯ รับชำระหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จัดสรรให้สิทธิเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 5 หุ้นเดิม ต่อ 2 หุ้นเพิ่มทุนใหม่ รวมจำนวน  321,262,086 หุ้น ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.53 บาท เป็นเงินรวม170.26  ล้านบาท ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 1,124.41 ล้านบาท (จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วในวันที่ 24 ธันวาคม 2563)  ซึ่งการเพิ่มทุนดังกล่าวเพื่อขยายส่วนแบ่งทางตลาดและเพิ่มช่องทางในการขยายฐานลูกค้าในธุรกิจหลักและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของบริษัทฯ

      บริษัทฯ ซื้อเครื่องหมายการค้า“คมชัดลึก” จากบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NMG) ทำให้บริษัทฯสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดของการเป็นผู้ผลิตสื่อดิจิทัล (New Media) ชั้นนำ ซึ่ง คมชัดลึก มีแพลตฟอร์มข่าวดิจิทัล และโซเชียลมีเดียประกอบด้วยเว็บไซต์ข่าวโซเชียลมีเดียด้านข่าว เฟสบุ๊คแฟนเพจและเว็บไซต์ จะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างเต็มรูปแบบ ที่จะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้าได้มากขึ้น โดยบริษัทฯ สามารถเพิ่มฐานลูกค้าและเครือข่ายผู้ติดตามข่าวสารมากขึ้น  เป็นผลให้บริษัทฯ มีโอกาสที่จะประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการที่บริษัทฯ มีอยู่ ให้แก่ฐานลูกค้าและเครือข่ายผู้ติดตามข่าวสารได้มากขึ้นอีกด้วย ถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ธุรกิจปัจจุบันของบริษัท

       บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด (“NNV”) บริษัทย่อยของบริษัทฯ เข้าลงทุนในบริษัท อะราวด์เดอะเวิลด์ จำกัด (“Around the World”) ซึ่งประกอบธุรกิจนำเที่ยว ในสัดส่วนร้อยละ 49 เป็นเงิน 45 ล้านบาท เป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มช่องทางการหารายได้ และเกิดความร่วมมือในการใช้สื่อของบริษัท (บริษัทฯ ตัดสินใจก่อนมีสถานการณ์แพ่ระบาดของ COVID-19)

ปี 2562

  • บริษัทฯ เพิ่มศักยภาพในการหารายได้ ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารกับแฟนรายการ ในรูปแบบการนำเที่ยวหรือจัดทัวร์ที่เป็นเฉพาะ ร่วมกับผู้ดำเนินรายการ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินธุรกิจทัวร์เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ขององค์กร ในการสร้างการจดจำ Brand Loyalty

    คณะกรรมการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ของบริษัทฯประสบความสำเร็จในการเพิ่มเรตติ้งของช่อง Nation TV22  โดยเดือนธันวาคม 2562 มีอันดับเรตติ้งเป็นอันดับที่ 9 จากเดิมที่เท่ากับอันดับที่ 12 ในเดือนกันยายน 2562 และยังคงเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่มช่องข่าวในสื่อทีวีดิจิทัล

ปี 2561

  • บริษัทฯโดยคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ ได้ประกาศความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยการพาองค์กรก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีในทุกช่องทางการสื่อสารใหม่ๆ และเสริมกำลังด้วย “คนข่าวตัวจริง” ที่มีชื่อเสียง ผนวกกับ “คนข่าวหลัก” ของสถานี  โดยรายงานข่าว พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึกด้วยสไตล์เฉพาะตัว ที่ช่อง Nation TV 22  ออกอากาศวันละไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมงข่าว โดยรายงานข่าวและเหตุการณ์สดจากทุกพื้นที่เหตุการณ์สำคัญ และเป็นช่องข่าว (ช่องเดียว) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมรายการเข้าร่วมกิจกรรมในหลายวาระโอกาส เช่น งาน Nation Fan Day,การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อหารายได้มอบให้องค์กรการกุศล และต่อยอดโดยร่วมมือกับพันธมิตร เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทั่วโลก ร่วมกับผู้ชมและผู้ประกาศข่าวที่ชื่นชอบ ทำให้ Nation TV  ก้าวไปสู่ความเป็น “สถาบันสื่อของคนไทย” ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะนำพาทุกข่าวสาร สาระ และบทวิเคราะห์อันแม่นยำไปปรากฏอยู่บนทุกแพลตฟอร์ม เพื่อให้ทุกครัวเรือนเข้าถึงได้ทุกช่องทาง

ปี 2560

  • บริษัทฯได้พัฒนาในการให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารเผยแพร่ผ่านสื่อรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวแทนจำหน่ายพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์ต่างๆ ได้แก่ www.pantip.com , www.exteen.com โดยมีรายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามข้อตกลงรวมถึงใน Facebook, Youtube, Instagram ด้วย

ปี 2559

  • บริษัทฯได้ร่วมผลิตรายการโทรทัศน์ประเภทรายการข่าวและสาระความรู้กับสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีช่องต่างๆ ได้แก่ รายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ เป็นรายงานข่าวเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรอบวันหรือประเด็นข่าวที่อยู่ในความสนใจของสังคมโดยมีรายได้จากส่วนแบ่งการขายเวลาโฆษณาและการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการในรายการ

ปี 2557

  • บริษัทย่อยของบริษัทชนะการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ประเภทข่าวสารและสาระ โดยใช้ชื่อช่อง Nation TV 22 ซึ่งมีระยะเวลาอายุใบอนุญาต15 ปี ตั้งแต่ ปี 2557 ถึง ปี 2572

    NBC ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในการขยายธุรกิจสู่กลุ่มธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่ (New Media) ด้วยการนำข้อมูลข่าวสารที่ผลิตขึ้นมาพัฒนาเป็นบริการด้านข้อมูลข่าวสารในรูปแบบต่างๆ เผยแพร่ผ่านช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ เช่น เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ พัฒนา Application ในการรับชมรายการของ Nation TV  ผ่านแพลตฟอร์มในหลายหลายรูปแบบ ทั้ง Smart Phone แท็ปเล็ต นอกจากนั้น NBC ยังได้พัฒนารูปแบบการหารายได้โดยการนำเนื้อหาสาระ (Content) และข้อได้เปรียบด้านต่างๆ จากการประกอบธุรกิจสื่อโทรทัศน์มาต่อยอดขยายไปสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น การจัดกิจกรรมพิเศษ การจัดอบรมสัมมนา การจัดนำเที่ยว การผลิตและจำหน่ายหนังสือ และ DVD

ปี 2552

  • ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ

ปี 2539

  • เปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น “บริษัท เนชั่น เทเลวิชั่น จำกัด และเข้าร่วมเป็นผู้ผลิตรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสถานี โทรทัศน์ไทยพีบีเอส) ในปี 2540 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด” หรือ NBC จากนั้นในปี 2543 ได้จัดตั้ง สถานีข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อสถานีโทรทัศน์ “Nation Channel” แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก UBC ช่อง 8 และนับแต่ปี 2546 เป็นต้นมา NBC ได้ขยายช่องทางการแพร่ภาพสถานีโทรทัศน์ Nation Channel ให้กว้างขวางมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม โดยส่งสัญญาณภาพและเสียงของ Nation Channel จากดาวเทียม ST-1 ระบบ C-Band เป็นดาวเทียมไทยคม 5 ระบบ C-Band

ปี 2537

  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม คือ NMG

ปี 2536

  • จัดตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2536 ภายใต้ชื่อบริษัท แน็ทค่อน มีเดีย จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท เพื่อดำเนินการธุรกิจผลิตรายการข่าวในรูปแบบต่างๆ แพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี และเคเบิลทีวี
  • จัดตั้งบริษัทย่อยภายใต้ชื่อ บริษัท เอ็นพีจีบรอดแคสติ้งเน็ทเวอร์ค จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเริ่มต้น 1 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.98 เพื่อดำเนินการธุรกิจร่วมผลิตรายการวิทยุและข่าวต้นชั่วโมง ออกอากาศทางคลื่น F.M. 90.5 MHz F.M. 97.0 MHz และ A.M.1107 KHz
  • เปลี่ยนชื่อบริษัท เอ็นพีจีบรอดแคสติ้งเน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นบริษัท เนชั่น เรดิโอ เน็ทเวอร์ค จำกัด และเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1 ล้านบาท เป็น 3 ล้านบาท โดยการเพิ่มทุนจำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท