การควบคุมภายใน

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง จึงจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดำเนินการให้เป็นไปตามกฏหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้จัดให้มีกลไกในการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ ในการปกป้องรักษาและดูแลทรัพย์สินของบริษัทฯ โดยมีฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รัดกุม และเป็นไปตามที่ระเบียบกำหนด รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อดูแลและกำกับระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ ให้ปฏิบัติตามนโยบายและแผนงานตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท และสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


ความเห็นของคณะกรรมการเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน

ในปี 2558 คณะกรรมการบริษัทได้รับทราบรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เกี่ยวกับการสอบทาน งบการเงินและรายงานทางการเงิน รวมทั้งผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ซึ่งคณะกรรมการบริษัทเห็นว่าระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ โดยรวมอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ สามารถให้ความมั่นใจอย่างมีเหตุผลต่อความเชื่อถีอได้ของงบการเงิน มีการดูแลป้องกันทรัพย์สินมิให้ผู้บริหารและพนักงานนำไปใช้โดยมิชอบ รวมถึงการทำธุรกรรมกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งและบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน การปฏิบัติงานเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด มีระบบการควบคุมภายในที่รัดกุมเพียงพอและเหมาะสมในด้านต่างๆ 5 องค์ประกอบ คือ การควบคุมภายในองค์กร การประเมินความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงาน ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล และระบบการติดตาม โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

1. องค์กรและสภาพแวดล้อม

บริษัทฯ มีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนและวัดผลได้ โดยมีการทบทวนพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของเป้าหมายที่กำหนดไว้เป็นระยะๆ มีการกำหนดค่าตอบแทนให้กับพนักงานตามผลการปฏิบัติงานของพนักงานในแต่ละปีอย่างสมเหตุสมผล การจัดโครงสร้างองค์กรได้มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ตามสายงานอย่างชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีคู่มือจริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน (Code of Conduct) เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนยึดถือเป็นแนวทางในการทำงานด้วยความซื่อสัตย์และเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน คุณภาพ คุณธรรม รวมทั้งครอบคลุมในเรื่องการดูแลผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ และการปฏิบัติตามกฏหมาย โดยทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

2. การบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยการประชุมของฝ่ายบริหารประกอบด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส และผู้อำนวยการฝ่ายในสายงานที่เกี่ยวข้อง มีการประเมินวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งการกำหนดแผนดำเนินการและติดตามผลการปฏิบัติงาน

3. การควบคุมการปฏิบัติงาน

บริษัทฯ มีการจัดทำนโยบายและระเบียบปฏิบัติงานในด้านต่างๆ รวมถึงการทำธุรกรรมด้านการเงิน จัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารทั่วไป มีการกำหนดอำนาจหน้าที่และกำหนดวงเงินอนุมัติของฝ่ายบริหารแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร มีการแบ่งแยกหน้าที่การบันทึกรายการบัญชีและข้อมูลสารสนเทศ การดูแลจัดเก็บทรัพย์สิน ออกจากกัน และในการอนุมัติทำธุรกรรมของบริษัทฯ กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว บริษัทฯ จะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นสำคัญ และพิจารณาเสมือนเป็นรายการที่กระทำกับบุคคลภายนอก

4. ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล

บริษัทฯ จัดให้มีระบบสารสนเทศและช่องทางการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มีความเหมาะสม เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และมีข้อมูลที่สำคัญในเรื่องต่างๆ อย่างเพียงพอสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจ

5. ระบบการติดตาม

บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ โดยฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานในแต่ละส่วนงาน และรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบและผู้บริหาร โดยหากการตรวจสอบพบข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ จะต้องรายงานเพื่อพิจารณาสั่งการแก้ไขภายในระยะเวลาอันสมควร


หัวหน้างานตรวจสอบภายใน

นางสาวพนิดา อากาศอำนวย ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายใน และนายณัฏฐ์ภวัฐ ถมวรรณ์ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายใน เป็นผู้รับผิดชอบสายงานตรวจสอบภายใน โดยคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่า มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ในการทำงานด้านการตรวจสอบ และเข้าใจในกิจกรรมและการดำเนินงานของบริษัทเป็นอย่างดี ทั้งนี้กรณีที่มีการแต่งตั้ง ถอดถอน และโยกย้ายผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานตรวจสอบภายใน ต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าตรวจสอบภายใน