ธุรกิจ Home Shopping

     ดำเนินงานโดยบริษัท แฮปปี้ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด หรือ Happy บริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัทฯ โดยบริษัทเอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด (NNV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ได้เข้าร่วมทุนในสัดส่วนร้อยละ 50 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 โดยบริษัทแฮปปี้ โปรดักส์ฯ ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงในการขายสินค้าและบริการ ผ่านช่องทางรายการโทรทัศน์และสื่อดิจิทัลมีเดีย นำเสนอต่อผู้ชมรายการทั่วประเทศ หรือที่เรียกว่าธุรกิจ “โฮมช้อปปิ้ง” (Home Shopping) โดยชื่อว่า “Happy Shopping”

     Happy shopping มีสินค้าที่คัดสรรคุณภาพและหลากหลายประเภทเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ทั้งสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ , สินค้าความงามและของใช้ส่วนตัว , แฟชั่นและเครื่องประดับ , สินค้าเครื่องครัว , สินค้าไอที , ทริปทัวร์ท่องเที่ยว , สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงมีโครงการด้านบริการในด้านต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า

     Happy shopping มีโอกาสในการเติบโตและขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคในไทยที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เดินซื้อสินค้าตามห้างร้านต่างๆ มาสั่งซื้อสินค้าผ่านทางโทรทัศน์และดิจิทัลมีเดียมากขึ้น แม้ภายใต้ภาวะการแข่งขันในธุรกิจโฮมช้อปปิ้งที่มีการแข่งขันสูงจากผู้ขายหลายรายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

     อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า พร้อมสร้างความประทับใจหรือสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและการกลับมาซื้อช้ำมากขึ้น ได้มีการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและกลยุทธ์การแข่งขันในธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้นด้วยยุทธศาสตร์ที่สำคัญดังนี้

  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย : มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุหรือกลุ่มลูกค้า Baby Boomer (อายุ 55 ปีขึ้นไป) และกลุ่มลูกค้าคนวัยทำงาน (Gen-X) เป็นหลัก 
  • การขยายประเภทสินค้า : นอกจากสินค้าที่เป็น House Brand ของ Happy Shopping ที่มีมากกว่า 200 รายการแล้ว ยังนำสินค้าจากพันธมิตรมาจำหน่ายอีกหลายแบรนด์ รวมถึงกลุ่มสินค้าภูมิปัญญาไทยและโอทอป เพื่อให้มีความหลากหลายขึ้น
  • ช่องทางจำหน่าย : มีช่องทางการจำหน่ายทั้งออฟไลน์(Offline) และออนไลน์(Online) โดยดำเนินการภายใต้รูปแบบ Omni Channel ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงสื่อสารในแต่ละช่องทางให้สอดคล้องในทิศทางเดียวกัน
  • การบริหารจัดการสินค้า : มีการวางแผนบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการปรับแผนบริหารจัดการเพื่อให้ทันท่วงทีตามช่วงเวลา สถานการณ์ และความสนใจของลูกค้า อีกทั้งยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านต้นทุน(Cost Management) โดยเฉพาะการขนส่ง เพื่อให้สามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้

     นอกจากนี้ยังมีการเร่งพัฒนาระบบ E-Commerce เพื่อสร้างแพลตฟอร์มในรูปแบบดอทคอม(.com) และ Mobile application รวมถึงการพัฒนาบุคลากรโดยสร้างทีมงานให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อผลักดันสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ “Happy life+” ให้เป็นที่รู้จักทั่วไป